หน้าแรก ข่าวบอลนอก เจ้าพ่อท้ายเกมส์!! ผีรัวช่วงท้าย ไล่ยำท็อฟฟี่ 4-0

เจ้าพ่อท้ายเกมส์!! ผีรัวช่วงท้าย ไล่ยำท็อฟฟี่ 4-0

1
แบ่งปัน

ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก นัด ซันเดย์ ไนท์ คู่สุดท้ายของสัปดาห์นี้ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ท็อฟฟี่ สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน สถาณการณ์ล่าสุดก่อนเกมจะเริ่มเกมนี้ ทางฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเตะไป 4 นัดมี 10 คะแนน เป็นรองจ่าฝูงโดยตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 3แต้ม  ส่วนเอฟเวอร์ตันผลงานไม่สู้ดีนัก โดย4 นัดของพวกเขา มี 4 แต้ม  อยู่อันดับ 17 เหนือโซนตชั้นเพียงอันดับเดียว

ดังนั้นเกมนี้จึงมีความสำคัญต่อทั้งสองทีมไม่น้อยทางฝั่งเจ้าบ้านต้องการทำคะแนนขึ้นไปเทียบเท่าจ่าฝูง ส่วนทีมเยือนก็ต้องการคะแนนเพื่อถีบตัวเองให้พ้นจากโซนตกชั้นทำให้เกมนี้ ทั้งสองฝายย่อมจะไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

ส่วนไฮไลท์สำคัญนั้นอยู่ที่การเยือนทีมเก่าของ เวย์น รูนีย์ ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ย้ายสลับขั้วกับ โรเมลู ลูกากู นั่นเอง

เกมนี้ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำอย่างรวดเร็วหลังผ่านไปเพียงสามนาทีเศษๆ จากจังหวะที่เนมานย่า มาติช วางบอลข้ามจากฝั่งซ้ายไปทางฝั่งขวา อันโตนิโอ วาเลนเซียกัปตันทีมปีศาจแดง วิ่งมาวอลเลย์สวนตูมเดียว บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างงดงามหมดจด ส่งให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำไปก่อน 1-0

นาทีที่ 20 เวย์น รูนีย์เกือบยิงประตูทีมเก่าได้ จากจังหวะที่ คูโค่ มาติน่า เปิดบอลเรียดเข้ากลาง และ เวย์น รูนีย์วิ่งมายิงจากแถวๆหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลบดเรียนและหลุดเสาไกลออกไป

นาทีที่ 25 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลาดประตูที่สองอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ไมเคิ่ล คีน ออกบอลผิดพลาด โดนแมนฯยฯตัดบอลได้ บอลไปถึงโรเมลู ลูกากู ที่ล็อกหลบกองหลังเอเวอร์ตัน และยังหลอกจอร์แดน พิคอร์ดไปอีกที เหลือแต่ประตูโล่งๆ แต่ดาวยิงเบลเยี่ยม ยิงแป้กหลุดกรอบประตูไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้แมนยูชวดการได้ประตูที่2 ไป

นาทีที่ 29 บอลครอสของเอฟเวอร์ตันโดยมาติน่าสร้างความกดดันให้กับเจ้าบ้านบ้าง แต่ลูกโหม่งจ่อๆของ ทอม เดวิส ไปติดเซฟดาบิด เด เคอา อย่างเหลือเชื่อ ผู้เล่นเอฟเวอร์ตันกำลังจะเข้ามาซ้ำ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าตั้งแต่ ทอม เดวิส โหม่งไปซะก่อน

นาทีที่ 38 เจ้าบ้านมาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ดไหลบอลไปที่ว่าง ให้โรเมลู ลูกากู วิ่งไปพยายามจะยิง แต่ฟิล จากิลก้า ยังตามไปบล็อกไว้ได้ทัน

หมดครึ่งเวลาแรก เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลังเริ่มไปไม่ถึงหนึ่งนาที เวย์น รีย์ เกือบตีเสมอให้เอฟเวอร์ตันได้สำเร็จ จากจังหวะพาบอลแหวกขึ้นมาของ รูนีย์ ที่ไปปั๊มเอาบอลมาได้จากเอริค ไบญี่บริเวฯกรอบ6หลา ก่อนจะได้โอกาสยิงจ่อๆด้วยเท้าซ้าย แต่ ดาบิด เด เคอา โชว์ซุปเปอร์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 60เอฟเวอร์ตันน่าได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จากจงหวะที่มาติน่า ตักบอลเข้าเขตโทษแมนฯยู และ ฟิล โจนส์ โหม่งสกัดไม่ดี บอลไปเข้าทางกิลฟี่ ซิกูร์ดสัน แต่โดนไม่ดี และ ดาบิด เด เคอา ยังออกมาบล็อกไว้ได้ทัน ทำให้ทีมเยือนยังตีเสมอไม่ได้

นาทีที่ 63 แมนฯยู ได้ลูกฟรีคิก ระยะ อันตรายจากฆวน มาต้า ที่โดน แอชลีย์ วิลเลี่ยมส์ ลักล้มลงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษและ ฆวน มาต้า ที่ลุกขึ้นมาปั่นไซด์อ้อมกำแพงด้สวย แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย เจ้าบ้านยังไมได้ประตูที่สอง

นาทีที่ 69 แมนฯยูฯ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่แอชลีย์ ยัง พาบอลขึ้นทางกราบซ้ายก่อนจะจ่ายเรียตัดเข้ากลางให้ เจสซี่ ลินการ์ด ยืนยิงเหน่งๆแต่ดันยิงผิดเหลี่ยมไปเอง บอลหลุดออกนอกกรอบไปไกล

นาทีที่ 73 มาต้า ตักบอลให้ลินการ์ดหลุดเข้าไปแต่งบอลก่อนจังหวะนึงแล้วยิงด้วยเท้าขวา แต่ยังแฉลบกองหลังเอฟเวอร์ตันออกหลังไป

สองนาทีถัดมา เนมานย่า มาติชลองหาจงหวะยิงหัข้อด้วยเท้าซ้าย บองพุ่งแรงแต่หลุดเสาแรกออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 77 เจสซี่ ลินการ์ด ได้บอลในกรอเวตโทษก่อนจะโดนกองหลังเอฟเวอร์ตันรุมพัวพัน ก่อาจะล้มลงไป และนักเตะแมนยูยกมือประท้วง แต่ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ฟาวล์กับเจ้าบ้านแต่อย่างใด

นาทีที่ 83 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ได้ส้มหล่นเมื่อ แอชลีย์ วิลเลี่ยมส์ จ่ายบอลพลาดไปติดเฟลไลนี่ บอลมาเข้าทางลูกากู ที่ไหลให้ เฮนริค มาร์คิทายาน หลุดเข้าไปแปสวนตัว จอร์แดน พิกฟอร์ดเข้าประตูไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนำห่าง 2-0

นาทีที่ 90 แมนฯยูฯ ก็มาได้ประตูที่3 จากจังหวะ ลูกฟรีคิก ที่ลูกากูยิงไปติดกำแพง บอลกระดอนไปเข้าทาง มาติช ยิงสวนเข้าไปและ ลินการ์โหม่งเสยไปเข้าเท้าลูกากู แปจ่อๆ สองสามหลา เข้าประตูไป แมนฯยูนำห่าง 3-0

นาทีต่อมา เอฟเวอร์ตันก็เกือบตีไข่แตกได้จากจังหวะ สับไกยิงด้วยเท้าซ้ายของ ซานโดร รามิเรซ บอลกำลังจะพุ่งเสียบคานแต่ดาบิด เค เคอาโชว์ซุปเปอร์เซฟ เอาไว้ได้ เอฟเวอร์ตันได้ลูกเตะมุม และก็เป็นกองหลังแมนยูที่ป้องกันไว้ได้ก่อนจะสวนกลับขึ้นไป

และจังหวะสวนกลับขึ้นมานี้เอง แมนฯยูก็มาได้ลูกโทษที่จุดโทษ จากการลากเลื้อยของอ็องโตนี่ มาร์กซิญาล ที่ไปติดแขนกองหลังเอฟเวอร์ตันที่ตั้งใจจะสไลด์ขวางผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกโทษที่จุดโทษ และ เป็นมาร์กซิญาลลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด แมนฯยู ทิ้งห่าง 4-0

จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ 4-0 เก็บสามคะแนนขึ้นไปมี 13 คะแนนเท่ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และนำเป็นจ่าฝูงร่วมกัน จากประตูได้เสียที่เท่ากันด้วย