สำรองนำชัย ผีขึ้นหืด บดเลสเตอร์ 2-0

59
แบ่งปัน

ยังคงเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง สำหรับเเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังเปิดบ้าน เอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 จากสองประตูจากสองตัวสำรองอย่าง มาร์คัส เเรชฟอร์ด เเละ มารูยาน เฟลไลนี่ ทำให้ลูกทีมของ ชเซ่ มูรินโญ เก็บัยชนะสามนัดรวด คว้า 9 คะเเนนเต็ม ยิง 10 เเละยังไม่เสียประตู นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีกต่อไป

ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก นัดที่3 นัดที่3 ของฤดูกาล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ โดยในสองนัดก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ โชว์ผลงานสวยหรู กำชัยสองเกมรวด คว้า6 คะแนนเต็ม และยิงได้ถึง8 ประตู ยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก ในเวลานี้

ทางด้านของเลสเตอร์ ซิตี้ สองเกมก่อนหน้านี้ ชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง มีสามคะแนน รั้งอันดับ9 ของตาราง วันนี้ขุมกำลังหลักๆลงพร้อมเพรียงไม่ว่าจะเป็น ริยาร์ด มาห์เรซ,เจมี่ วาร์ดี้ และ แดนนี่ ดริงค์วเตอร์

ส่วนทางด้านวันนี้สลับตำแหน่งเพียงตัวเดียวโดยพักมาร์คัส แรชฟอร์ด และส่งอ็องโตนี่ มาร์กซิญาลลงเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงแทน

เริ่มเกมขึ้นา เป็นฝั่งเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้พาบอลบุกเข้าใส่ทีมเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ในทันที และช่วงแรกๆก็พาบอลไปป้วนเปี้ยนในเขตโทษของเลสเตอร์ได้บ่อยครั้ง

แต่ในนาทีที่ 3 ทีมเยือนก็เป็นฝ่ายทักทายก่อน จากจังหวะยิงไกลด้วยเท้าขวา ของ แมตตี้ เจมส์แต่บอลก็เหนข้ามคานชนิดหมดลุ้น

นาทีที่ 12 เฮนริค มาร์คิทายาน พลิกบอลหน้ากรอบเขตโทษของเลสเตอร์ ก่อนจะลองส่องไกลยิง บอลไปแฉลบกองหลังของเลสเตอร์ ลอยโด่งเข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

นาทีที่ 17 โอกาสจะจะ ของเจ้าบ้านก็มาถึง จากจังหวะที่กองหลังเลสเตอร์ เคลียร์ไม่ขาดบอลไปเข้าทางโรเมลู ลูกากู อาศัยความแข็งแกร่งบังบอลก่อนจะพลิกยิงด้วยเท้าซ้าย แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ล้มกระฉอกมาต้าซ้ำเข้าประตูไปแต่ผู่วยผ็ตัดสินยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าซะก่อน แม้ว่าดูจากภาพรีเพลย์แล้วจะไม่น่าล้ำหน้าก็ตาม

นาทีต่อมา แมนยูมีโอกาสอีกครั้ง จากการเติมเกมขึ้นมาทางซ้ายของ มาร์กซิญาล ตักบอลไปเสาสอง ป็อกบาเข้าชาร์จแต่บอลถากเสาไกลออกไป

อึดใจต่อมา ฆวน มาต้า ได้โอกาสปั่นด้วยเท้าซ้ายจากในกรอบเขตโทษ บอลกำลังจะย้อยเสียบเสา แต่แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล โชว์ซุปเปอร์เซฟ ลอยตัวปัดออกหลังไปได้อย่างสวยงาม

นาทีที่ 22 เลสเตอร์ โต้กลับบ้าง จากจังหวะที่เจมี่ วาร์ดี่ แตะบอลคืนให้ ชินจิ โอกาซากิ วิ่งมาซัจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลบาไปหน่อย ดาบิด เด เคอา รับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 23พอล ป็อกบาลองยิงไกลดู บอลพุ่งหลุดเสาไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 27 พอล ป็อกบาจะลองยิงไกลอีกครั้ง แต่ยิงแป้ก ผิดเหลี่ยมหลุดไปไกลลิบ

นาทีต่อมา แมนยูมีโอกาอีกครั้ง จากพอล ป็อกบาคนเดิม คราวนี้ลองยิงด้วยเท้าซ้ายแต่บอลก็ยังคงไม่เข้ากรอบเช่นเดิม

นาทีที่ 30 อ็องโตนี่ มาร์กซิญาลได้โอกสพลิกยิงไกลบอลพุ่งเรียดเต่ก็ยังไปเข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ลอีกครั้ง

แมนยูยังคงคุมเกมไว้ได้หมด นาทีที่ 34 พอล ป็อกบาได้โอกาสยิงไกลอีกครั้ง คราวนี้น้ำหนักดี แต่ทิศทางยังไม่แม่น บอลเฉี่ยวเสาออกไปอีกครั้ง

นาทีที่ 35 แมนฯยูฯได้ฟรีคิก ระยะหวังผลได้ จากจังหวะที่ ลูกากู ถูก แฮร์รี่ แมวกไกวร์เหนี่ยวล้มลงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่พอล ป็อกบายิงชนกำแพง

แม้ว่าแมนชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะคุมเกมไว้ได้หมด แต่แนวรับของเลสเตอร ซิตี้ก็ยังทำงานกันได้ดี ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆเลยหมด 45 นาทีแรก ยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง เริ่มไป 7 นาที แมนฯยูก็มาได้ลูกโทษที่จุดโทษ จากจังหวะเปิดยัดเข้าไป ของมาร์กซิญาลไป โดนแขน แดนนี่ ซิมป์สัน ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษในทันทีและ โรเมลู ลูกากูรับหน้าที่สังหาร แต่ยิงไปติดเซฟ แคสเอร์ ชไมเคิ่ล อย่างน่าเสียดาย

เลสเตอร์ มีจังหวะหวาดเสียวบ้างในนาทีที่ 56 ริยาร์ด มาห์เรซ ตบบอลเข้าปากประตูแมนยู แต่ดาบิด เด เคอา ยังยื่นขาไปสกัดออกไปได้ทัน

เลสเตอร์ ดูจะได้ใจ นาทีที่ 65 ริยาร์ด มาห์เรซได้โอกาสเติมขึ้นมาทางขวา ดึงหลอก ฟิล โจนส์ หนึ่งจังหวะก่อนจะยิงยัดเข้ากลาง แต่บอลเลยปากประตูแมนยูออกไปอย่างน่าหวาดเสียว สกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

และในนาทีที่ 69 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะเตะมุม ที่เฮนริค มาร์คิทายาน เปิดและบอลเลยไปถึง มาร์คัส แรชฟอร์ดตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามไป แรชฟอร์ดยืนโล่งๆคนเดียว แปเน้นๆ เข้าประตูไป หมดสิทธิ์ที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ลจะป้องกันไว้ได้ แมนฯยู นำ 1-0

นาทีที่ 73 โรเมลู ลูกากู มีโอกาสพาบอลจี้เข้าพื้นที่อันตรายก่อนจะสับไกด้วยเท้าซ้าย แต่บอลหลุดกรอบชนิดหมดลุ้น

เลสเตอร์ พยายามจะตีเสมอ ในนาที่ 78 เดเมอราย เกรย์ ลองยิงไกลดูก็ไม่มีลุ้นอะไร

นาทีที่ 82 แมนยูก็มาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่เจสซี่ ลินการืดหลุดขึ้นมาในกรอบเขตโทษก่อนจะเปิดยัดเข้ากลางบอลแฉลบขา มารูยาน เฟลไลนี่เข้าประตูไป แมนยู นำห่าง2-0

นาทีสุดท้ายของการทดเจ็บ เลสเตอร์ น่าตีไข่แตกได้เป็นอย่างยิ่งจากจังหวะ แปจ่อๆของแอนดี้ คิง เเต่ไปติดขา ดาบิด เด เคอา ข้ามคานออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

อึดใจต่อมา ลูกากูมีโอกาสหลุดไปยิงด้วยขวาเเต่ก็ติดบล็อคเวส มอร์เเกน ออกหลังไปไม่ใช่วันของหัวหอกทีมชาติเบลเยี่ยมอย่างเเท้จริง

หมดเวลาการแข่งขัน แมนยู เอาชนะไปได้ 2-0 เก็บชัยสามนัดติด นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก อังกฤษต่อไป