จ่อไปบอลโลก! เเรชฟอร์ดนำชัย สิงโตเฉือนหวิว 2-1

68
แบ่งปัน

ทีมชาติอังกฤษจ่อเต็มทีเเล้วกับการผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 กลางปีหน้าที่ประเทศรัสเซีย หลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ สโลวาเกีย รองจ่าฝูงของกลุ่มF ไป 2-1 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป ทำให้พลพรรคสิงโตคำรามทเเต้มหนีห่างสโลวาเกียไปเป็น 5 เเต้ม เเละเหลือการเเข่งขันอีกเพียงสองนัดเท่านั้น

การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม F นัดที่ 8 สิงโตคำรามอังกฤษซึ่งรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของสโลวาเกีย ทีมอันดับสองของตาราง โดย 7 นัดก่อนหน้านี้ อังกฤษมี 17 แต้มจากการชนะ 5 เสมอ 2นำหน้า สโลวาเกียอยู่เพียง2 แต้มเท่านั้น ทำให้หากพลพรรคสิงโตคำรามพลาดท่าพ่ายต่อสโลวาเกีย จะทำให้เสียตำแหน่งจ่าฝูงไปในทันที แต่ในทางกลับกัน หากอังกฤษสามารถเอาชนะได้ก็จะทิ้งห่างเป็น 5 แต้ม และจะเหลือการแข่งขันอกีเพียง 2 นัดสุดท้ายเท่านั้น นั่นหมายความว่าโอกาสการเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018กลางปีหน้า ที่ประเทศรัสเซียนั้นสดใสไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้ทั้งสองทีมจะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเกมนี้อย่างแน่นอน

เกมเริ่มไปเพียง 2นาทีเศษๆ ทีมเยือนสโลวาเกียก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่มาร์คัส แรชฟอร์ดไปเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง อเด็ม ลายิช ชิพบอลข้ามแผงหลังของอังกฤษให้ สตานิสลาฟ โรบอทก้าหลุดเข้าไปยิงสวนตัว โจ ฮาร์ท ส่งให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว

นาทีถัดมา มาร์คัส แรชอร์ดพยายามจะแก้ตัว แต่จังหวะยิงจากหน้าเขตโทษของเจ้าตัวนั้นเรียดและเบาทำให้ดูบราฟก้า รับไว้ได้สบายๆ

15 นาทีแรก อังกฤษยังไม่มีโอกาสเข้าทำเลยแม้แต่ครั้งเดียวเกมส่วนใหญ่สู้กันบริเวณตรงกลางสนาม

นาทีที่ 17 อังกฤษพยายามเข้าทำ แรอร์ด เปิดบอลเข้ากลาง เดเล  อัลลี่ จับบอลได้แล้วลองยิงยิงจากนอกเจตโทษบอลไปแฉลบมาร์ติน สเคอร์เทลออกหลังไปเป็นลูกเตะมุมเท่านั้น

นาทีที่ 20 อเล็กซ์ อ็อกเลด-เชมเบอร์เลน ตัดบอลได้สวยเถวๆกลางสนามก่อนจะพาบอลขึ้นมาเอง แม้จะมีเพื่อนวิ่งทำทางแต่เจ้าตัวกลับตัดสินใจลองยิงไกลออก แต่ก็ผิดเหลี่ยม บอลลอยข้ามคานออกไปไกลเช่นกัน

นาทีต่อมา เดเล อัลลี่ มีโอกาสโหม่งลูกเปิดจากด้านข้างของ ไคลน์ วอล์คเกอร์ แต่ก็เบาและไปตรงตัว มาร์ติน ดูบราฟก้า ผู้รักษาประตูของสโลวาเกีย

อังกฤษยังคงคุมเกมได้และบุกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังม่มีโอกาสเน้นๆเลยซักครั้ง เนื่องจากขาดความแน่นอนในพื้นที่สุดท้ายโอกาสที่มีก็ขาดๆเกินๆไปหมด

อังกฤษมาตามตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่37 จากลูกเตะมุม ที่มาร์คัส แรชฟอร์ดเตะสั้นไปที่เสาแรก และเป็น เอริค ดายเออร์ วิ่งสอดเข้ามาแปตวัดตามหน้าบอลเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อังกฤษตีเสมอเป็น 1-1 แล้ว

นาทีที่ 42 อังกฤษเกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะสับไกยิงของ ไรอัร เบอร์ทราน ที่ยิงเต็มข้อด้วยเท้าซ้ายแต่ไปตรงตัวผู้รักษาประตูของสโ,วาเกียที่ทุบออกไปได้

นาทีต่อมา อังกฤษบุกต่อเนื่อง มาร์คัส แรชฟอร์ส่องไกลยิงที่เสาแรก บอลทำท่าจะเสียบเสาแต่ ดูบราฟก้ายังวพุ่งมาปัดออกหลังได้ทัน

จบ 45 นาทีแรก เสมอกันอยู่ที่ 1-1

ครึ่งหลัง อังกฤษได้ลุ้นก่อนจากจังหวะทำชิ่งของ เดเล่ อัลลี่ กับ มาร์คัส เรชฟอร์ด ทำให้เดเล่ อัลลี่ หลุดเขาเขตโทษ แต่จังหวะยิงไปติดบล็อคกองหลังทีมเยือน กระดอนมาเข้าทางจอร์แดน เฮนเดอร์สันที่วิ่งเข้ามาวิงด้วยเท้าซ้าย แต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 52 เชมเบอร์เลน มีโอกาฮอฟวอลเลย์ด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไปตรงตัว ดูบราฟก้ารับสบาย

สองนาทีต่อมาทีมยือนตอบโต้บ้าง จากจังหวะหยอดของ มาเร็ค ฮัมซิค และ อดัม เนเมช พักอักแล้วซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งแรงแต่ โจ ฮาร์ท โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกหลังไปเป็นลูกเตะมุม และจากจังหวะเตะมุม มาร์ติน สเคอร์เทลได้โหม่งแต่ก็ข้ามคานออกไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก

นาทีที่ 56 อังกฤษน่าได้ประตูเหลือเกินจากจังหวะยิงยัดมุมแคบของแฮร์รี่ เคน บอลไปติดเซฟดูบราฟก้ากระดอนไปเข้าทาง เดเล่ อัลลี่ แต่ กองกลางจาก สเปอร์ส จับบอลไม่ถนัด บอลกระฉอกก่อนหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

กระทั่งนาทีที่ 58 อังกฤษก็พลิกขึ้นนำจนได้ จากจังหวะยิงไกลจากนอกเขตโทษของมาร์คส แรชฟอร์ด บอลพุ่งเสียบเสาไกลสุดสวย อังกฤษพลิกกลับมานำ 2-1 และเป็นการแก้ตัวได้สำเร็จของเจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ดที่ทำพลาดจนทีมเสียประตูไปก่อนอีกด้วย

นาทีที่61 เดเล่ อัลลี่ที่วันนี้โอกาสมีเยอะเหลือเกินก็ได้ลองยิงอีกครั้งแต่บอลเบามาก งไม่มีลุ้นอะไร

สองนาทีต่อมา ทีมเยือนได้โอกาสบ้างจากลูกตั้งเตะที่เปิดโด่งเข้ามากองหลังอังกฤษเคลียร์บอลไม่ขาดบอลกระดอนปเข้าทาง โธมัส ฮูโบชาน วอลเลย์สวน แต่บอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 69 อังกฤษได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกระยะพอหวังผลได้ เกือบๆ กลางประตู และ มาร์คุส แรชฟอร์ลองยิงเต็มข้อแต่บอลเลี้ยวหลุดกรอบออกไปไกล ชนิดหมดลุ้น

หมดเวลา 90 นาที อังกฤษเฉือนเอาชนะสโลวาเกียได้ 2-1